Make your own free website on Tripod.com
วิชา : เศรษฐศาสตร์เืพื่อการจัดการ
อาจารย์ผู้สอน  
: : ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และ คณะ  
ประวัติย่อ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ [ รายละเอียด ]
เวลาเรียน : : วันอาทิตย์ เวลา 0900 - 1300 ห้อง 150801  
คณะผู้จัดทำ : : นักศึกษา MBA รุ่น 3 สถาบันราชภัฎพระนคร [ รายละเอียด ]




ราชภัฎพระนคร

ปัญญา นรานํ รตนํ
ปัญญาเป็นแก้วอัน
ประเสริฐของนรชน

เว็บไซต์น่าสนใจ

@กระทรวงศึกษาธิการ
@สถาบันด้านการวิจัย
@สภาสถาบันราชภัฎ
@สถาบันรภ.พระนคร
@ร้านหนังสือ
@มหาวิทยาลัย
@ธนาคาร
@หนังสือพิพม
@ค้นหาเบอร์โทรศัพท
@Google
@ไทยดาวน์โหลด
@ไทยเมล



ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์             วิชาเศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ       สถาบันราชภัฏพระนคร





ประเทศไทยภายใต้กำมือชินวัตร !!!










บทความน่าสนใจ

ประเทศไทยภายใต้ . .




อย่าปล่อยให้ตัวเองโดนปิดหูปิดตาอีกต่อไป !
ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ นักวิชาการ
คัดค้านนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล
"เดิมพันด้วยชะตากรรมของประชาชนไทยทั้งประเทศ"

(บรรยายที่ สำนักงานกลาง กฟผ. วันที่ 25 ก.พ. 2547)

"วันนี้รัฐบาลไม่ได้ขายชาติ เพราะเมื่อก่อนเวลาที่ต้องการจะขายรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคาร รัฐบาลจะดึงต่างชาติเข้ามา อยากขายธนาคารก็ดึง DBS เข้ามา ดึง UOB Standard สแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์เข้ามา อยากจะขายโทรศัพท์ ก็ดึงเทเลคอมหรือออเร็จน์ ถ้าอยากขายน้ำมันก็ดึงเอา Mobil หรือ Q8 หรือ ยูโนแคล วันนี้รัฐบาลไม่ได้ดึงใครมาทั้งสิ้น คำขวัญของรัฐบาลก็คือ “เนื้อดีๆ ของคนไทยควรเก็บเอาไว้ในประเทศ ให้เจ้าสัวบริโภคดีกว่า” หมายถึงกลุ่มธุรกิจพิเศษ กลุ่มทุนผูกขาดของประเทศ ซึ่งไม่ใช่มีเพียงแค่เงิน แต่มีอำนาจทางการเมืองครอบครอง เป็นกลุ่มทุนธุรกิจผูกขาด และเป็นกลุ่มธุรกิจการเมืองทั้งหมดทั้งสิ้นไม่เกิน 10 ตระกูลเท่านั้น

สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นในเนื้อหาสาระแล้ว คือ การเอาธุรกิจผูกขาดทั้งหลาย ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ สนามบิน ท่าเรือ การรถไฟ ซึ่งเป็นธุรกิจสาธารณูปโภคมาแปรรูป ซึ่งธุรกิจเหล่านี้เป็นหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ เป็นธุรกิจพิเศษเพราะสามารถเอารัดเอาเปรียบขูดรีดผู้บริโภคและประชาชนได้ วันนี้หลังจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแล้ว จะอยู่ในมือของกลุ่มธุรกิจการเมืองเพียงไม่กี่ 10 ตระกูล เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ระบบเศรษฐกิจหุ่นกระบอก” หมายถึง มีคนๆ เดียวแค่ชักหุ่นกระบอกหลายๆ ตัว

- ด้านหนึ่งในฐานะรัฐบาล เอามือซ้ายชัก ทศท โทรคมนาคม อีกด้านหนึ่งเป็นเจ้าของชินคอร์ป เอไอเอส เทเลคอมเอเชียและออเร็นจ์ มือซ้ายคุมทีวีช่อง 9 อสมท. ขณะเดียวกันก็มีช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ และมือขวายังเป็นเจ้าของ ITV มือขวาอีกด้านหนึ่งก็คุมช่อง 3 ของตระกูล ”มาลีนนท์“

- ลองดูสายการบิน มือซ้ายคุมการบินไทย ส่วนมือขวาก็ Local Airline

- มือซ้ายคุมธนาคารโดยผ่านกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนมือขวาก็เอาธนาคารบุตรชาย (ธนาคารทหารไทย) ไปรวมกับ IFCT และ DBS ไทยทนุ นอกจากนี้ DBS ยังลงทุนร่วมกับชินคอร์ป สร้าง Capital OK เพื่อปล่อยสินเชื่อรายย่อยแข่งกับบัตรเครดิตและอิออน Capital OK ไม่มีเครือข่ายในการขายสินค้าของตนเอง ซึ่งมีเพียง 92 สาขา จึงต้องดึงธนาคารทหารไทยของบุตรชายมาร่วม เนื่องจากมีเครือข่าย 300-400 สาขา เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้สถาบันการเงินให้กับญาติโกโหติกาตัวเอง รวมเป็ดเสร็จแล้วคือ “ชินแบงค์” แต่จะไม่เห็นชื่อชินแบงค์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะเจ้าของเหนียมอายเกินกว่าจะใช้ชื่อชินแบงค์

วิธีการยึดประเทศ โดยการยึดธุรกิจอย่างธนาคาร ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ สนามบิน ท่าเรือ ขนส่งมวลชน รถไฟ และอื่นๆ คือการรวมอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์แบบ นี่ยังไม่ได้พูดถึง การส่งลูกของลุงไปคุมทหาร ส่งพี่ภรรยาไปคุมตำรวจ พร้อมทั้งส่งน้องเขยไปคุมระบบยุติธรรมและศาล นี้ยังไม่รวมถึง สส. ในกำมือกว่า 300 ชีวิต และองค์กรอิสระแบบ สว. ซึ่งก็เสร็จไปแล้ว ท้ายที่สุดนี่คือการยึดแบบเบ็ดเสร็จที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เป็นทั้งการยึดอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองพร้อมๆ กัน นี่คือมหันตภัยของชาติ

เรื่องการต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจไม่ใช่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพนักงานรัฐวิสาหกิจกับรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

เขาจะขายรัฐวิสาหกิจที่สำคัญเหล่านี้ให้กับประชาชนคนไทย โดยนำเข้าไปกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีประมาณ 2 แสนกว่าคน ไม่ใช่ 63 ล้านคน คิดเป็น 0.3% ของประชากร แต่นั่นก็ยังไม่อัปลักษณ์เท่ากับเจ้าของหุ้นที่รวยแสนรวยเป็นคนจำนวนเพียงไม่กี่% ของผู้ถือหุ้นทั้งหมดมีเพียงแค่ 10 ตระกูลเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่รายงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า บริษัทในตระกูลชินคอร์ป เอสซีแอสเซส และอะไรต่ออะไรที่เป็นแกนของตระกูลชินวัตรและดามาพงษ์ มีทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้น 4 แสนกว่าล้านบาท

เมื่อตอนเอาไฟฟ้าไปขายในตลาดหลักทรัพย์ คนไทยตาดำๆ ได้แอ้มหุ้นกันบ้างไหม? เมื่อ 2 ปีก่อนมีการขายหุ้น ปตท. ใช้เวลาทั้งหมดเพียง 1 นาที 17 วินาที ในการขาย ประชาชนที่อยากเป็นเจ้าของหุ้น ปตท. ตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปธนาคารแล้วเข้าแถวเป็นคนแรก แค่กรอกชื่อที่อยู่เพื่อให้เทลเลอร์ key ลงคอมพิวเตอร์ก็เกิน 1 นาที 17 วินาที คนที่ได้หุ้น ปตท. คือคนที่ไม่ได้จอง ส่วนคนที่จองคือคนที่ไม่ได้หุ้น ปตท. เจ็บปวดพอหรือยังครับ? และการยึดทั้งหมดนี่ไม่ได้ใช้เงินแม้แต่บาทเดียว เพราะถ้าสามารถควบคุมกลไกในการปั่นหุ้นตลาดหลักทรัพย์ได้ ก็ไม่ได้ใช้เงินแม้แต่บาทเดียว เวลาขายหุ้น ปตท. รัฐบาลก็บีบให้ ปตท. ขายหุ้นออกมา 30% (เหมือนที่ทำกับ กฟผ.) คิดเป็น 800 ล้านหุ้น ราคาเก๋ๆ ที่เรียกว่า IPO คือ 35 บาท เป็นมูลค่าทั้งหมด 28,000 ล้านบาท หลังจากนั้นก็ป้อนข่าวดีๆ เรื่อง ปตท. ว่าเมืองไทยจะเป็นศูนย์กลางของพลังงาน เป็น HUB ไฟฟ้าและพลังงาน ราคาหุ้น ปตท. ก็พุ่งจาก 35 บาท เป็นเกือบ 200 บาท คิดง่ายๆ ที่ 160 บาท เอา 800 ล้านหุ้นคูณ เท่ากับ 128,000 ล้านบาท ลงทุนแค่ 28,000 ล้านบาท ได้มา 100,000 ล้านบาท แล้วเก็บ 100,000 ล้านบาท มาซื้อหุ้น ปตท. อีก โดยต้องทุบหุ้น ปตท. ให้ลงมาเหลือเพียง 30 กว่าบาท ก่อนจะซื้อใหม่อีกรอบ ซึ่งถ้าหุ้นเหลือ 30 กว่าบาท เงิน 100,000 ล้านบาท ที่มีอยู่ในมือไม่ได้ซื้อ ปตท. 30% แต่สามารถซื้อ ปตท. ได้ทั้ง 100% อันนี้คือการยึด ปตท. โดยไม่ต้องใช้เงินตัวเองแม้แต่สตางค์แดงเดียว

การไฟฟ้า 3 แห่ง คือเหยื่อรายต่อไปของธุรกิจผูกขาด ท่านเคยเห็นชินคอร์ปทำธุรกิจอะไรที่ไม่ผูกขาดชาวบ้านเป็นไหม? ท่านเคยเห็นชินคอร์ปเย็บเสื้อโหลส่งไปยุโรปแข่งกับอเมริการใต้ไหม? ท่านเคยเห็นชินคอร์ปทำบะหมี่มาม่า ไวไว เพื่อแข่งกับไต้หวันไปขายในอเมริกาไหม? ชินคอร์ปเติบโตมาได้ทั้งชีวิตด้วยการผูกขาดสัมปทานที่ให้ผลประโยชน์สูงสุดในเมืองไทย ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยแต่ของทั้งโลก นั่นคือ โทรคมนาคม และการไฟฟ้า ซึ่งไม่มีธุรกิจอะไรจะแนบแน่นและสร้างผลประโยชน์ให้โทรคมนาคมได้อีกแล้วนอกจากการไฟฟ้า !

ทุกวันนี้คนไทยใช้ไฟฟ้าทั้งหมดปีละ 100,000 ล้านหน่วย หน่วยละ 2.50 บาท คิดเป็นเงิน 250,000 ล้านบาท ถ้าใครสามารถเข้าไปยึดครองการไฟฟ้า 3 แห่งได้ อำนาจการผูกขาดก็จะอยู่ในมือคนนั้น ท่านคิดว่าถ้าราคาค่าไฟฟ้าเปลี่ยนจาก 2.50 บาท เป็น 3.50 บาทได้ไหม? เป็น 4 หรือ 5 บาทจะได้ไหม? ถ้าเป็นหน่วยละ 5 บาท ก็จะมีเงินสดเข้ากระเป๋าถึง 500,000 ล้านบาทต่อปี

แน่นอนเราจะต้องสู้ แต่การต่อสู้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราต้องต่อสู้กับคนที่กุมเศรษฐกิจและการเมืองทั้งหมด กุมทหารทั้งหมด กุมสื่อทั้งหมด โอกาสที่จะชนะมีไม่มาก แต่ก็ต้องสู้ เพราะเดิมพันมันสูงเหลือเกิน เดิมพันด้วยชะตากรรมของคนไทยทั้งประเทศ


ปล. ประเทศอาร์เจนติน่าล่มสลาย เพราะรัฐบาลแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรทัศน์ โทรศัพท์ รถไฟ ถนนหนทาง และทุกๆ อย่าง จนไม่เหลืออะไรเป็นของรัฐบาลและประชาชน ในประเทศไม่มีเงินเหลืออยู่เลย ไม่มีเงินแม้แต่จะจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการ มีคนตายเพราะกระหายน้ำ เนื่องจากราคาน้ำแพงมาก วันนี้อาร์เจนติน่าไม่เหลืออะไรเลย

 




























 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[ Home ]


แนะนำ : แสดงผลที่ 800 x 600 ด้วย Internet Explorer 5.5 ขึ้นไป
Contact mail to : nk@maildozy.com